อะไหล่ปั๊มลมที่โรงงานต้องสต๊อกไว้เสมอ

ถ้าโรงงานของคุณเคยเจอสถานการณ์แบบนี้

“ปั๊มลมเสียตอนกลางดึก”
“เครื่องหยุด แต่ไม่มีอะไหล่”
“ต้องรอของ 2–3 วัน = สายพานหยุดทั้งไลน์”

บอกตรง ๆ เลยนะ
ปัญหาไม่ใช่ปั๊มลมไม่ดี แต่คือ ‘ไม่เตรียมอะไหล่ปั๊มลมไว้ให้พร้อม’

ปั๊มลม = หัวใจของระบบการผลิต
และ อะไหล่ปั๊มลม คือ “ตัวประกันความต่อเนื่องของโรงงาน”

บทความนี้ผมจะพาไปดูแบบ ไม่ขายฝัน
ว่าอะไหล่ปั๊มลมชิ้นไหน “ต้องสต๊อก”
ชิ้นไหน “ไม่จำเป็นต้องกอง”
และสต๊อกยังไงให้ ไม่จมทุน แต่ไม่เสี่ยงเครื่องหยุด


สารบัญเนื้อหา

ทำไมโรงงานจำนวนมากถึงพลาดเรื่องอะไหล่ปั๊มลม

หลายโรงงานคิดเหมือนกันคือ

“เดี๋ยวเสียค่อยซื้อ”

แต่ในโลกจริงของโรงงาน

  • อะไหล่บางชิ้น ไม่ได้พังแบบเตือนล่วงหน้า
  • บางชิ้น ไม่มีของทันทีในตลาด
  • บางชิ้น ต้องรอของเฉพาะรุ่น

ผลลัพธ์คือ
❌ เครื่องหยุด
❌ เสีย OT
❌ เสียค่าซ่อมฉุกเฉิน
❌ เสียความน่าเชื่อถือในการส่งงาน

ทั้งหมดนี้แพงกว่า “การสต๊อกอะไหล่ปั๊มลมที่จำเป็น” หลายเท่า


หลักคิดก่อนสต๊อกอะไหล่ปั๊มลม (สำคัญมาก)

ก่อนจะไปดูรายการอะไหล่
ต้องเข้าใจ 3 หลักนี้ก่อน

1. สต๊อกเฉพาะ “อะไหล่สิ้นเปลือง”

อะไหล่ที่มีอายุการใช้งานตามชั่วโมง
คือเป้าหมายหลัก ไม่ใช่อะไหล่ใหญ่ราคาแพง

2. ดูความถี่การเปลี่ยน

อะไหล่ที่เปลี่ยนทุก 2,000–4,000 ชั่วโมง
ควรมีสำรองอย่างน้อย 1 ชุด

3. เลือกอะไหล่ที่เปลี่ยนแล้ว “เครื่องกลับมาทำงานทันที”

ไม่ใช่อะไหล่ตกแต่ง
แต่คืออะไหล่ที่เปลี่ยนแล้วลมมา เครื่องเดิน


1. กรองอากาศปั๊มลม (Air Filter)

ทำไมต้องสต๊อก

กรองอากาศคือด่านแรกของปั๊มลม
ถ้าตัน = เครื่องดูดอากาศไม่พอ
ผลคือ

  • เครื่องร้อน
  • กินไฟ
  • กำลังลมตก

สัญญาณที่มักเกิดขึ้น

  • เสียงดูดอากาศดังผิดปกติ
  • เครื่องทำงานหนัก
  • ฝุ่นเข้าเครื่อง

คำแนะนำ

✅ ควรสต๊อก อย่างน้อย 1–2 ชิ้นต่อเครื่อง
✅ เปลี่ยนทุก ~3,000 ชั่วโมง หรือเร็วกว่านั้นถ้าโรงงานฝุ่นเยอะ


2. กรองน้ำมันเครื่องปั๊มลม (Oil Filter)

ทำไมสำคัญ

น้ำมันปั๊มลมที่ไม่สะอาด
= ความร้อน + การสึกหรอแบบทวีคูณ

กรองน้ำมันเครื่องทำหน้าที่ดัก

  • ฝุ่น
  • เศษโลหะ
  • สิ่งสกปรกในระบบ

ถ้าไม่เปลี่ยนตามรอบ

  • ลูกปืนพังเร็ว
  • ชุดสกรูสึก
  • ค่าซ่อมหลักแสนมาแน่นอน

คำแนะนำ

✅ สต๊อกขั้นต่ำ 1 ชิ้นต่อเครื่อง
✅ เปลี่ยนทุก 3,000 ชั่วโมง


3. กรองดักน้ำมัน (Oil Separator)

ชิ้นนี้ “ห้ามไม่มีเด็ดขาด”

ถ้า Oil Separator เสียหรือเสื่อม
จะเกิดปัญหา

  • ลมมีน้ำมันปน
  • น้ำมันหายเร็วผิดปกติ
  • คุณภาพลมตก

สิ่งที่โรงงานมักพลาด

รอจน

“น้ำมันออกปลายท่อ”
ถึงค่อยเปลี่ยน = ช้าไปแล้ว

คำแนะนำ

✅ ควรสต๊อก 1 ชิ้นต่อเครื่อง
✅ เลือกแบบที่รับประกันชั่วโมงใช้งาน
✅ เปลี่ยนรอบ 4,000 ชั่วโมง


4. ชุดซ่อมวาล์ว (Service Kits)

ทำไมชุดซ่อมถึงคุ้ม

แทนที่จะเปลี่ยนทั้งลูก
เปลี่ยนเฉพาะจุดที่สึก
ประหยัดงบไปได้เยอะมาก

ชุดที่ควรมี

  • Inlet Valve Kit
  • Minimum Pressure Valve Kit
  • Check Valve Kit
  • Thermostat Valve Kit

ข้อดีของการสต๊อก

  • แก้ปัญหาเฉพาะจุดได้ทันที
  • ไม่ต้องรื้อทั้งระบบ
  • ลดเวลาหยุดเครื่อง

5. น้ำมันปั๊มลม (Screw Lubricant)

น้ำมัน = อายุเครื่อง

น้ำมันไม่ใช่แค่หล่อลื่น
แต่มันช่วย

  • ระบายความร้อน
  • ป้องกันสนิม
  • ซีลแรงดัน

ถ้าไม่มีน้ำมันสำรอง

  • เครื่องต้องหยุดทันที
  • ห้ามเดินเครื่องต่อเด็ดขาด

คำแนะนำ

✅ สต๊อกอย่างน้อย 1 ถัง
✅ ใช้เกรดให้ตรงกับเครื่อง (32 / 46 / 68 ฯลฯ)


6. อะไหล่ยิบย่อยที่ไม่ควรมองข้าม

อะไหล่เล็ก ๆ แต่ถ้าเสีย = เครื่องหยุด

  • Solenoid Valve
  • Pressure Sensor
  • Safety Valve
  • Hose / O-ring / Oil Seal

ชิ้นพวกนี้ราคาไม่แพง
แต่ ไม่มี = เดินเครื่องไม่ได้


สรุปแบบชัด ๆ สำหรับโรงงาน

ถ้าไม่อยากให้เครื่องหยุดงาน
อะไหล่ปั๊มลมที่ควรสต๊อกขั้นต่ำคือ

  • กรองอากาศ
  • กรองน้ำมันเครื่อง
  • กรองดักน้ำมัน
  • ชุดซ่อมวาล์วที่ตรงรุ่น
  • น้ำมันปั๊มลม

ไม่จำเป็นต้องสต๊อกเยอะ
แต่ต้อง สต๊อกให้ถูกจุด

 

ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษาฟรี

 

📞 098-507-2241 📞 065-190-5999